Lesson time

การเรียนดนตรีช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆ

GCP รองรับ "Lesson time" แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อคลาสเรียนเปียโนและนักเรียน


บริษัท TO-ON จำกัด

ผู้จัดการฝ่าย IT คุณทานากะ มิโฮะ

ผู้จัดการฝ่ายพัฒนา คุณเอะกุจิ เรียว

บริษัท TO-ON จำกัด จำหน่ายอุปกรณ์การเรียนเปียโนและโน้ตเพลงที่สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อีกทั้งเรายังจัดประกวดเปียโนและจัดคอนเสิร์ตเพื่อให้เด็กเล็กสามารถพัฒนาทักษะเปียโนผ่านกิจกรรมเหล่านี้

นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2559 เราได้จัดเตรียมระบบที่สนับสนุนคลาสเรียนเปียโนทั้งหมด ชื่อว่า "Lesson time" ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นบริการที่เชื่อมโยงระหว่างอาจารย์และนักเรียน และยังใช้เป็นหนังสือเรียนดิจิตอลและสมุดการติดต่อเพื่อดูแลจัดการกับข้อมูลอย่างตารางเวลาเรียนหรือสถานะการเรียนรู้ สามารถที่จะเพิ่มคุณภาพของบทเรียนและการเรียนการสอน อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนฝึกฝนเปียโนที่บ้าน และมีฟังก์ชั่นเพื่อรองรับการเรียนการสอนของคลาสเปียโนที่ได้รับการสนับสนุน ปัจจุบันอาจารย์กว่า2,700คน และนักเรียนอีก15,000คน กำลังใช้งานอยู่ เราได้ทำการสอบถามและพูดคุยเกี่ยวกับ สาเหตุข้อดีของการนำGCPมาใช้ และการให้บริการของ คลาวด์ เอซ จากผู้จัดการฝ่าย ITของบริษัท TO-ON จำกัด

คุณทานากะ มิโฮะ และ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนา คุณเอะกุจิ เรียว


วัตถุประสงค์และเหตุผลในการเลือก GCP

คุณทานากะ: เพราะบริการคลาวด์ที่ใช้บริการแต่เดิมนั้นถูกใช้โดย FileMaker ซึ่งเป็นระบบหลักของการให้บริการทางเว็บของเราแต่มันจะทำงานไม่ถูกต้องหากไม่มี Windows server ที่เราเลือกใช้เพราะมีแง่ดีในด้านของการลดต้นทุน แต่ก็หนักใจบ่อยครั้งที่เซิร์ฟเวอร์ล่มด้วยเหตุผลที่ไม่ทราบสาเหตุ

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ วิศวกรชาวนอร์เวย์ที่เดินทางมาทำงานในวันหยุดในปี 2558 บอกว่า 「ต่อจากนี้จะเป็นยุคของGCP 」นอกจากนี้ยังมีความคิดที่ว่า การให้บริการทางเว็บและ FileMaker ควรจะพิจารณาแยกกันและได้ตัดสินใจเปลี่ยนเป็น GCP ในที่สุด ถึงแม้ว่าเขาจะกลับประเทศไปสองปีแล้ว แต่ความคิดการมองการณ์ไกลของเขายังน่าชื่นชมจวบจนวันนี้

แน่นอน ตอนที่ทำการตัดสินใจเราได้พิจารณาเปรียบเทียบกับตัวอื่นๆอย่าง AWS และ Azure แต่ถึงอย่างนั้นในท้ายที่สุดแล้วก็ได้เลือกที่จะใช้GCP ปัจจัยที่ชี้ขาดคือประสิทธิภาพของต้นทุน(cost performance)ที่ดี


คุณเอะกุจิ: ด้วยการใช้ GCP เมื่อปล่อยเว็บแอปพลิเคชันใหม่สามารถช่วยประหยัดเวลาได้เนื่องจากไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่เริ่มต้น อีกทั้งยังสามารถต่ออายุใบรับรองเซิร์ฟเวอร์โดยอัตโนมัติทำให้สามารถต่ออายุได้อย่างรวดเร็วและไม่จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษา มีความสามารถในการทำงานบนเบราว์เซอร์ที่ไม่ต้องพึ่งพาสภาพแวดล้อมใดๆ ทำให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว มีข้อได้เปรียบตรงตั้งแต่การสร้างแอปพลิเคชันไปจนถึงการปล่อยของ CI / CD เป็นไปอย่างอย่างอัตโนมัติ สำหรับการพัฒนาAgile ระบบสามารถอัพเดตได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องหยุดทำงาน

ตอนแรกที่นำ GCP มาใช้ก็กลุ้มใจมาก เพราะมีต้นทุนการเรียนรู้สูง แต่ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าทำทั้งหมดในครั้งเดียวด้วย On-Premise แล้วสูญเสียเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมาจะเป็นยังไง แค่นึกภาพตอนที่เห็นแอปพลิเคชันร่วงลงมาก็ไม่อยากมองแล้ว (หัวเราะ) ตึกบริษัทของเราต้องมีช่วงที่ดับไฟตามระยะเวลาที่กำหนดด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็สะดวกสะบายไม่จำเป็นต้องวุ่นวายกับปัญหาเหล่านี้อีก


คุณทานากะ: เริ่มแรก GCP ได้ทำสัญญาโดยตรงจาก Google เหตุผลในการเปลี่ยนมาใช้ Cloud Ace คือตอนที่ได้เข้าร่วมอีเว้นท์「Google Cloud Next in Tokyo ’18」พอรู้ว่า Cloud Ace มอบส่วนลดให้ 3% และซัพพอร์ตฟรี ก็คิดว่า「อันนั้นมันคุ้มกว่านิ!」(หัวเราะ) เลยรีบติดต่อไปทันที

ถึงอย่างนั้นตอนนั้นก็คิดว่า「แค่ซัพพอร์ตให้ฟรีเองไม่เห็นจะมีอะไรเลย 」 แต่ตัวราคาที่ลดลงมาก็ยังได้เปรียบกว่าอยู่ดี เลยคิดว่าตัวซัพพอร์ตเป็นแค่ของแถมเล็ก ๆ แล้วเซ็นสัญญาไป ทว่า พอได้ลองใช้บริการฝ่ายสนับสนุนของ Cloud Ace แล้วก็ตกใจกับการตอบกลับที่รวดเร็ว ตรงประเด็น และ ถูกต้องแม่นยำ


คุณเอะกุจิ: ถ้าให้พูดถึงเรื่องนั้นอย่างละเอียด ในปี2016 ผมได้เข้ามาทำงานร่วมกับบริษัท TO-ON จำกัด ในฐานะวิศวะกร ตอนนั้นได้เปลี่ยนไปใช้ GCP แล้วและกำลังเริ่มแอป Lesson time แต่อยู่ดีๆก็มีวิศวะกรจากที่ไหนก็ไม่รู้กลับประเทศไปหลังจากอยู่ได้หนึ่งเดือน ด้วยเหตุนั้น เวลาในการรับช่วงต่อก็มีไม่ถึงสองอาทิตย์ พอ GCP เกิดมีตรงไหนขัดข้องขึ้นมา ก็ต้องนั่งหาวิธีแก้ด้วยตัวเอง ดีที่พอได้ภาอังกฤษเลยสามารถค้นหาข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษและทำการแก้ไขได้สำเร็จ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปด้วยความเหนื่อยยาก และ ขมขื่น

คำถามแรกที่ผมถาม Cloud Ace Support คือวิธีการเชื่อมต่อฐานข้อมูล Cloud SQL กับ IP ส่วนตัว ก็พอรู้อยู่บ้างว่ามันมีวิธีการแบบนั้นและก็ปลอดภัยกว่าการเชื่อมต่อแบบสาธารณะ แต่พอลองเสริชหาดูก็รู้สึกว่ามันยุ่งยากเลยปล่อยเอาไว้ก่อน แต่ว่าไหนๆก็มีบริการ supportอยู่ ถ้าได้รับข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษหรือช่วยสอนให้ก็คงพอช่วยอะไรได้บ้าง แต่ไม่ได้หวังอะไรขนาดนั้นเลยลองถามดู ปรากฏว่าได้รับคำตอบที่ละเอียด และช่วยคิดไปถึงสถานการณ์ที่บริษัท อย่าง “ถ้าเป็นสถาณการณ์อย่างนี้ทำได้” หรือ “ถ้าเป็นในกรณีนี้มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร”

ทุกวันนี้ผมไม่ค่อยหาอะไรด้วยตัวเองแล้ว ถามเอาจาก Cloud Ace Support อย่างเดียว (หัวเราะ) ถ้าถามในช่วงเช้าจะได้รับคำตอบภายในวันนั้นตอนสายๆหรือวันถัดไป เพราะมีการตอบรับที่รวดเร็วเลยสามารถถามคำถามที่เจาะลึกลงไปในคำตอบได้อีก ยิ่งกว่านั้น ก็ไม่ต้องมานั่งคาใจแบกความสงสัยเป็นวัน ๆ อีกแล้ว แต่ก่อนเคยคิดไปเองว่า 「บริการที่ฟรีไม่สามารถให้คำตอบที่พอใจได้」แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว


คุณทานากะ: คิดว่า Cloud Ace เป็น บริษัทที่น่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก ตอนเปลี่ยนมาใช้ Cloud Ace ก็มีคิดบ้างว่าการสลับเปลี่ยนสัญญาจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากหรือเปล่า แต่ก็เบาใจไปได้เลยเพราะทั้งทำง่ายและไม่ซับซ้อน


คุณเอะกุจิ: พวกเรารู้จักข้อดีของ GCP และได้เปลี่ยนไปใช้ Cloud Ace ตอนที่กำลังพิจารณาบริษัท Cloud Ace ก็คิดว่าถึงแม้ Cloud Ace จะเป็นบริษัทขนาดกลางเหมือนบริษัทพวกเราแต่ก็สามารถให้บริการ support ได้หลากหลาย ดังนั้นลองใช้ดูก่อนก็ดี

คุณทานากะ มิโฮะ และ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนา คุณเอะกุจิ เรียว

ความคาดหวังในอนาคตสำหรับ GCP และ Cloud Ace

คุณทานากะ: พวกเราวางแผนว่าต่อไปจะทำให้ "Lesson time" มีประสิทธิภาพมากขึ้น อยากให้ไปถึงจุดที่นำข้อมูลการฝึกซ้อมของนักเรียนมาแล้วสามารถให้คำแนะนำได้ว่าตอนฝึกซ้อมตรงไหนควรจะปรับปรุงยังไง

การเรียนดนตรีนั้นค่อยๆหายไปจากวงการการศึกษา แต่ว่าดนตรีมีพลังที่จะช่วยเลี้ยงดูส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กๆ พวกเราจึงอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ "Lesson time" แต่เพื่อที่จะใช้งานได้มากกว่าตอนนี้ จำเป็นที่จะต้องแสดงให้เห็นว่าเราสามารถทำบทเรียนที่ประสิทธิภาพได้โดยให้เห็นภาพด้วยการฝึกซ้อมโดยใช้ "Lesson time"


คุณเอะกุจิ: เพื่อการนั้นเราเลยคิดว่าถ้านำเอา Al และ GCP มาใช้น่าจะรุ่งและมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะทำสำเร็จ ถึงแม้ตอนนี้ยังอยู่ในระดับที่ว่า ” สะดวกสะบายจังเลยที่เปลี่ยนจากกระดาษมาเป็นดิจิตอล ” แต่ด้วย Al จะสามารถให้คำแนะนำได้ว่า คนที่ฝึกซ้อมมาจนถึงเท่านี้แบบนี้ต่อไปควรจะฝึกต่อยังไง นั้นเป็นอะไรที่อยากทำมากที่สุด


คุณทานากะ: จากนี้ไปอยากให้ไปถึงจุดที่ "Lesson time" เป็นแอปที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนเปียโนทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับนักเรียนที่จะได้สัมผัสเปียโนและหาความสุขในการพัฒนาตัวเองอย่างสนุกสนาน และนั้นคือความฝันของพวกเรา